ถ้ำซกกุรัม ทางขึ้นค่อนข้างชัน และมีทางโค้งเป็นจำนวนมาก คล้ายๆกับทางขึ้นไป เขาค้อบ้านเราเลยทีเดียว เมื่อลงจากรถบัสอาการค่อนข้างเย็น เหมือนที่เค้าพูดกันว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ จากคำบอกเล่าของไกด์ ถ้ำซกกุรัมและวัดพุลกุกซา คือหนึ่งในแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในจังหวัดคยองซาบุก ประเทศเกาหลีใต้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเคียงด๊อกแห่งราชอาณาจักรชิลลา ราวช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 19 เมื่อปี พ.ศ. 2528 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี โดยผ่านข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้ คือ เป็นตัวแทนที่แสดงถึงผลงานชิ้นเอกทีได้ถูกจัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันแสนฉลาดและเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เมื่อถึงประตูทางเข้าเราก็ต้องเดินไปตามทางซึ่งเป็นไหล่เขาอีกประมาณ 1กิโลเมตร ระหว่างทางเราได้เจอกับ หิมะกองอยู่ตามจุดต่างๆ เนื่องจากที่นี่ได้มีหินะตกมาสักพัก ที่เหตุยังเหลือๆอยู่คือ หิมะที่ยังไม่ละลาย ตามทางเดินประดับด้วยโคมกระดาษหลากสีสัน สวยงามเพลิดเพลินตา 
เมื่อมาถึงถ้ำก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทั้ง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปสีขาวที่สวยงาม สมควรแก่การศักการะขอพร..พอออกมาด้านมองพบกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ดื่ม ประพรมร่างกาย เพื่อเป็นสิริมงคล 
เมื่อถึงเวลานัดหมาย พวกเราก็ได้เดินทางลงจากเขาไปชื่นชมอารยะธรรมกันต่อที่วัดพุลกุกซา บรรยากาศด้านในสวยและมีมนต์ขลัง ตามแบบฉบับของวัดโบราณ บริเวณโดยรอบมีสถานที่สำคัญๆมากมาย ทำให้พวกเราเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

เกาหลี เป็นประเทศที่มีสเน่ห์ความเป็นตัวของตัวเอง ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจกับการเดืนทางครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง